เจ้านกน้อย นกกินปลีอกเหลือง Olive-backed Sunbird

นกกินปลี หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Sunbird เป็นนกที่มีขนาดเล็กในวงศ์นกเกาะคอน
โดยในบรรดานกกินปลีที่พบได้ทั้งหมดในประเทศไทยกว่าเป็น 22 ชนิด

เจ้านกกินปลีอกเหลือง (Olive-backed Sunbird) ดูจะเป็นชนิดที่เราจะพบได้ง่ายมากและถึงมากที่สุด
แม้กระทั่งในเขตเมืองอย่างในกรุงเทพฯ​

โดยที่นกกินปลีตัวผู้ มีจุดสังเกตุที่เห็นได้ชัด ก็คือ จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวเมียอยู่นิดหน่อย
และจุดเด่นก็คือ มีสีสันที่สวยงาม

ยิ่งตอนโดนแดดส่องจะเป็นประกายขึ้นมาแบบมีออร่า ส่วนตัวเมียนั้น สีจะออกแนวเรียบๆ
ไม่ค่อยมีสันฉูดฉาดมากนัก

นกกินปลีจะดูดกินน้ำหวานจากดอกไม้เป็นหลัก เรามันจะพบเห็นมันบินโฉบมาเกาะตามดอกไม้
แล้วมุดจะงอยปากยาวๆ ของมันเข้าไปข้างใน โดยจะมีลิ้นยาวๆ คอยใช้แทนหลอดดดูดสำหรับดูดกินน้ำหวาน…

อ่านต่อ →

Iguana กรีนอีกัวน่า หรือที่เรียกกันว่า ” กิ้งก่ายักษ์ “

กรีนอีกัวน่า มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ ว่า Iguana iguana มีถิ่นที่อยู่อาศัย ในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้

กรีนอีกัวน่า เป็นกิ้งก่าขนาดใหญ่ หรือที่คุ้นๆหูกันว่า กิ้งก่ายักษ์ มีสีเขียว หัวโตมีหนามแหลม
คล้ายๆหวีอยู่ตามแนวกลางของลำตัว

ซึ่งหนามพวกนี้จะเห็นได้ชัดที่สุด ตั้งแต่ตรงคอไปถึงหาง บริเวณลำคอมีปุ่มกลมๆขนาดใหญ่ ใต้คอมีเหนียง
ที่มีผิวขรุขระขนาดใหญ่ ตัวผู้จะตัวโต มีหัวโตและมีแผงหนามชัดเจนกว่าตัวเมีย

ส่วนมากพวกมันจะชอบอยู่ในป่าร้อนชื้น ชอบไต่ไปตามกิ่งไม้หรือขอนไม้ บางครั้งไต่ได้อย่างรวดเร็วไป
ตามพุ่มไม้และอาจลงน้ำได้บ้างเป็นบางครั้ง

เมื่อตอนตัวเล็กจะกินได้เฉพาะแมลง แต่พอโตเต็มวัยแล้วจะกินพืชเป็นอาหารหลัก กรีนอีกัวน่าวางไข่ครั้งละ 20-40 ฟอง
ต่อ ครั้ง ระยะฟักไข่นาน 10-15 สัปดาห์…

อ่านต่อ →

สัตว์โลกน่ารัก แพนด้าแดง LESSER PANDA

แพนด้าแดง LESSER PANDA หรือ RED PANDA มีลักษณะ จมูกสั้นและแหลม ตาเล็ก หูตั้ง มีลายที่ใบหน้า
เหมือนกำลังสวมหน้ากากอยู่ มีขนที่ยาว และหนา สีน้ำตาลแดง ส่วนท้อง

และสะโพกมีขนสีดำ มีจุดสีน้ำตาลแดงใต้ตา ที่แก้ม ขอบหู และเหนือดวงตามีขนสีขาว หางยาว มีวงแหวน 12 วง
สีน้ำตาลแดง สลับสีน้ำตาลอ่อน มีต่อมกลิ่นที่เท้า และที่ก้น

ถิ่นที่อยู่อาศัยของเจ้าแพนด้าแดง อยู่แถบเทือกเขาหิมาลัย และตามภูเขาสูงของประเทศเนปาล อินเดีย ภูฐาน จีน และพม่า
แบ่งเป็น 2 ชนิดย่อย ได้แก่

1. Ailurus fulgens fulgens ขนาดตัวเล็กกว่า หน้าจะมีขนสีจางกว่า พบในเนปาล ทิเบต อินเดีย ภูฐาน และจีน

2. Ailurus fulgens styani ลายที่หน้าสีเข้ม พบในพม่า และบางพื้นที่ในจีน

อาหารหลักของพวกมันก็คือ ใบไผ่ นอกจากนี้ก็จะกินลูกสน หรือรากไม้ ลูกไม้ เห็ด บางครั้งกินไข่นก และลูกนก
แพนด้าแดง ใช้เวลา 13 ชั่วโมง ในหนึ่งวัน เพื่อหาใบไผ่กินเป็นอาหาร

ปัจจุบัน เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์ และพวกมันมีอายุเฉลี่ย โดยประมาณ 15 ปี
ออกลูกครั้งละ 1-4 ตัว ลูกแรกเกิดมีน้ำหนัก ประมาณ 110-130 กรัม ลูกหย่านมเมื่ออายุ 5 เดือน

ความยาวลำตัว 50-64 เซนติเมตร ความยาวหาง 28-48 เซนติเมตร น้ำหนัก 3-6 กิโลกรัม…

อ่านต่อ →

ประวัติ ลิงลม หรือที่เรียกกันอีกชื่อ ว่า นางอาย

ลิงลม เป็นลิงชนิดหนึ่ง ไม่มีหาง ดวงตาโต ลำตัวสีเหลืองอมน้ำตาลหรืออมเทา ส่วนท้องสีซีดกว่า
สันจมูกสีขาว ขอบตาคล้ำ แนวสันหลังเป็นสีเข้มตลอดหนัง ตัวเล็ก น้ำหนักราวๆ 1-2 กก.

ลิงลม อาศัยอยู่บนต้นไม้ ปีนป่ายตามกิ่งไม้อย่างช้าๆ แต่ว่าเมื่อมีลมพัดแรงจะเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น
รวมทั้งสามารถฉกจับแมลงได้อย่างรวดเร็ว

ของกินหลักคือแมลง นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็ก สัตว์เลื้อยคลาน ผลไม้ น้ำหวาน
และเกสรดอกไม้ ออกหากินตอนกลางคืน

ช่วงกลางวันจะหลับตาง่ามไม้ หากินโดยลำพัง บางครั้งอาจพบเป็นคู่หรือเป็นครอบครัว
คลอดลูกครั้งละตัว ออกเป็นแฝดบ้างแต่ไม่บ่อยนัก

ลูกลิงลมอาศัยอยู่กับแม่เป็นเวลา 6-9 เดือน เจอได้ตลอดแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และยังพบในเกาะสุมาตรา บอร์เนียว แต่ไม่เจอในเกาะชวา

ยังมีลิงลมอีกชนิดหนึ่งเป็น ลิงลมแคระ (N. pygmaeus) รูปร่างคล้ายคลึงกันแต่ตัวเล็กกว่ามาก
น้ำหนักเพียงแค่ 250-400 กรัมเท่านั้น

สีสันค่อนไปทางสีส้ม และไม่มีเส้นกลางสันหลัง เจอในประเทศลาว เวียดนาม แล้วก็กัมพูชา
นักวิทยาศาสตร์บางคนจำแนกให้มีลิงลมอีกชนิดหนึ่งเป็น

ลิงลมกลาง (Intermediate Slow Loris, N. intermedius) รูปร่างคล้ายลิงลมแต่ว่าเล็กกว่า
อาศัยอยู่ในจีนตอนใต้และเวียดนามตอนเหนือ

อ่านต่อ →

ประวัติของ เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

African pygmy hedgehog หรือ เม่นแคระ หรือชื่อไทยอื่นๆ ที่นิยมเรียกกันก็ เช่น”เม่นจิ๋ว” ,”เม่นสี ” ,”ทุเรียนเดินได้” ,”เงาะหนาม”

ชื่อเหล่านี้ ก็ล้วนเกิดมาจากลักษณะจุดเด่นของสัตว์ตัวนี้ทั้งนั้นเลย ด้วยลำตัวที่ปกคลุมไปด้วยหนามทั่วทั้งตัว
รวมถึงพฤติกรรมที่ใช้ป้องกันตัวเองจากศัตรู ด้วยการขดตัวม้วนกลมจนมองไม่เห็นขา หรือหน้าตา นอกจากหนามรอบตัว

เม่นแคระ ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กมาก โตเต็มที่มีขนาดใกล้เคียงกับหนูแกสปี้ หากินตามพื้นดินอาหารหลักๆ
ก็คือพวกแมลง หนอน สัตว์เล็กๆที่อยู่ตามพื้นดิน ออกหากินในเวลากลางคืน และจะนอนพักผ่อน
หลบซ่อนตัวเองจากศัตรูในเวลากลางวัน แทน

 

เม่นแคระ

 

มีจุดเด่นคือผิวหนังด้านบนจะปกคลุมด้วยหนามแข็งๆทั่วตัว โดยหนามจะมีโทนสีที่ต่างๆ กันออกไปในแต่ละตัว จะไม่เหมือนกัน
ส่วนผิวหนังด้านล่างส่วนท้องของลำตัวนั้นจะปกคลุมด้วยขนอ่อน จะมีลักษณะที่หยาบนิดหน่อย ไม่แข็งเป็นหนามเหมือนด้านบน

สำหรับถิ่นกำเนิดจุดเริ่มต้นของสัตว์ชนิดนี้ มาจากทวีปแอฟริกา และนิยมนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง
และมีการพัฒนาสายพันธุ์กันในแถบยุโรป อเมริกา จนทำให้ได้ลักษณะเม่นที่แตกต่างกันมากขึ้น

ทั้งในด้านของสีหนามและลักษณะภายนอกอื่นๆ จนมีการตั้งชื่อและกำหนดลักษณะมาตรฐานสีชื่อกันขึ้นมา

สำหรับประเทศไทยนั้น เม่นแคระได้ถูกนำเข้ามาเพื่อเลี้ยง ซึ่งก็ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีจุดเด่นของตัวเอง เลี้ยงง่าย ดูแลก็ง่าย
อีกทั้งพื้นที่ ที่ใช้ในการเลี้ยงก็น้อย และเรื่องของอาหารการกินที่ต้องจัดเตรียมให้เขา

ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมากนัก โดยเราสามารถให้อาหารแมวที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปได้ แล้วอาจจะเสริมด้วยหนอนนก
(อาหารสุดโปรดของเม่นแคระ) หรือผลไม้ที่มีรสหวาน อาทิเช่น แอปเปิ้ล บ้างเป็นบ้างครั้งก็ได้…

อ่านต่อ →

ปลาคาร์ฟ ปลาสวยงามสัญชาติญี่ปุ่น

ปลา Koi มีชื่อเดิมเป็นภาษาประเทศญี่ปุ่นว่า Nishikigoi” พวกมันกลายพันธุ์มาจากปลาคาร์ฟ Cyprinus carpio
การกลายพันธุ์ของ ปลาคาร์พวกนี้

ถูกบันทึกครั้งแรกในประเทศเปอร์เซียและก็ประเทศจีน เมื่อราวๆ 2,500 ปีก่อน ชาวจีนส่วนมาก
ได้เลี้ยงปลาคาร์ไว้เป็นอาหาร

แต่ว่าพฤติกรรมของการเลี้ยงปลาคาร์ไว้เป็นอาหารนั้น ถูกต่อต้านโดยกลุ่มคนจีนของเมือง Nigato
เพราะพวกเขาได้มองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสีของปลาประเภทนี้ว่า

พวกมันมีสีสันที่งดงามสดใสขึ้นกว่าแต่ก่อน พวกเขาจึงมีความรู้สึกว่าปลา Koi
ไม่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงไว้เป็นอาหาร

สายพันธุ์ของปลา Koi ได้ถูกแบ่งได้เป็นหลากหลายชนิดด้วยกัน การเลือกและการเพาะพันธุ์ปลา Koi
จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง

พิถีพิถันเป็นอย่างยิ่ง ในศตวรรษที่ 20 ปลา Koi เป็นที่รู้จักของชาวนาในเขตนิกาตะขอญี่ปุ่นเท่านั้น
จนกระทั้งเมื่อกลางศตวรรษที่ 20 เมื่อปลา Koi จำนวนหลายประเภท

ได้ถูกนิยมนำไปแสดงที่นิทรรศการแห่งหนึ่งในเมืองโตเกียว ความนิยมในปลาชนิดนี้จึงได้เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ทั้งภายในประเทศญี่ปุ่น

และก็ต่างชาติ ปัจจุบันนี้ปลา Koi ถูกผสมพันธุ์ทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันตก อิสราเอล
และประเทศสิงคโปร์ แต่คนประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นผู้เพาะพันธุ์ปลา Koi ได้ดีที่สุดในโลก

ปลา Koi เป็นปลาตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งที่รู้จักกันดีในนามของ Cyprinidae (ปลาครีบนิ่มขนาดเล็ก)
ที่ซึ่งมีมากกว่า 2000 สายพันธุ์

ปลาน้ำจืดจำพวกปลาคาร์ฟนี้ได้มีการเผยแพร่ขยายอย่างรวดเร็วในตระกูลปลาน้ำจืด พวกมันเป็นปลาที่มีความแข็งแรง
เป็นอย่างมากและสามารถมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆได้

เช่น ในบ่อที่เต็มไปด้วยโคลนหรือแม้แต่ ในแม่น้ำที่ขุ่นมัว พวกมันยังสามารถอดทนต่ออุณหภูมิที่ไม่แน่นอนได้อีกด้วย…

อ่านต่อ →

ประวัติ ดาวทะเล สัตว์ทะเล ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง

ปลาดาว หรือ ดาวทะเล เป็นสัตว์ทะเลไร้กระดูกสันหลัง ลักษณะโดยปกติทั่วไป มีลำตัวแยกเป็นห้าแฉกเหมือนรูปดาว
เรียกว่า แขน ส่วนกลาง มีลักษณะเป็นจานกลม

ด้านหลังที่อยู่ในชั้นมีตุ่มหินปูน ขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วๆไป มีปากอยู่ด้านล่างบริเวณ จุดกึ่งกลางของ ลำตัว
ใต้แขนแต่ละข้างมีหนวดสั้นๆเรียงตามส่วนยาว ของแขนเป็นคู่

มีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อที่เหนียวและแข็งแรงเรียกว่า โปเดีย ใช้สำหรับยึดเกาะกับเคลื่อนที่ มีสีต่างๆออกไป
ทั้ง ขาวชมพูแดงดำม่วง หรือน้ำเงิน เป็นต้น

เจออยู่ตามชายฝั่งทะเล โขดหิน และบางส่วนอาจเจอได้ถึงพื้นทะเลลึก กินหอยสองฝา โดยเฉพาะ หอยนางรม,
กุ้งปู หนอน และ สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังอื่นๆเช่น ฟองน้ำหรือปะการัง เป็นอาหาร

ดาวทะเล พบอยู่ในทะเลทั่วโลก ทั้ง มหาสมุทรแปซิฟิกแอตแลนติกมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงในเขตขั้วโลกด้วยอย่าง
มหาสมุทรอาร์กติก และแอนตาร์กติกา

แต่ ปลาดาวไม่ใช่สัตว์จำพวกปลา ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว ปลาหมายความว่าสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อยู่ในน้ำ
ซึ่งมี เหงือก รวมทั้ง ครีบ แต่ปลาดาวนั้นไม่มีลักษณะที่กล่าวมาเลยสักอย่างเดียว
ด้วยเหตุนี้ มันจึงควรจะเรียกว่า ดาวทะเล เพื่อป้องกันความสับสน

อ่านต่อ →

เป็ดพม่า เป็ดรัดดี สัตว์ที่หาดูยาก

เป็ดพม่า Ruddy Shelduck (Brahminy Duck) ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ คือ Tadorna ferruginea

เป็ดพม่า เป็นนกขนาดกลาง ถึง ใหญ่ มีลำตัวที่มีความยาวโดยประมาณ 64 ซม. ลักษณะทั่วไปคล้ายกับห่านแต่ขายาวกว่าและก็คอสั้นกว่า
ทั่วไปลำตัวเป็นสีน้ำตาลปนแดงแกมส้ม บริเวณหัวสีน้ำตาลอ่อน

ขณะบินจะมองเห็นขนคลุมขนปีกสีขาวตัดกับสีดำของขนปีกทั้งด้านบนและด้านล่าง แววขนปีกสีเขียว ปากแล้วก็นิ้วสีดำ
ตัวผู้มีเส้นรอบคอสีดำ ตัวเมียไม่มีเส้นรอบคอ

พบในแอฟริกา ยูเรเซีย อินเดีย จีน ไต้หวัน พม่า ไทย เวียดนามตอนเหนือ และบริเวณอ่าวตังเกี๋ยเป็ดพม่ากินพืชน้ำ
และสัตว์ตามชายน้ำ หรือตามทุ่งหญ้าที่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำมากนักกินพืชน้ำ และสัตว์ตามชายน้ำ
หรือตามทุ่งหญ้าที่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำมากนัก

พวกมันมักจะอาศัยอยู่ตามแม่น้ำขนาดใหญ่ ทุ่งนาที่มีน้ำขังหรือแหล่งน้ำในที่ราบลุ่ม พบเป็นคู่หรือเป็นฝูง สามารถบินได้ดี ว่ายน้ำได้ดีมาก
เวลาพักผ่อนจะยืนบนบกหรือบริเวณชายน้ำตื้น มักยืนนิ่งหรือหดคอสั้น เมื่อมีภัยหรือสิ่งรบกวนมันจะบินขึ้นหรือลงไปว่ายในน้ำ

 

 …

อ่านต่อ →

เก้งเผือก สัตว์แห่งเทพนิยายที่หายากที่สุดในไทย

เก้งเผือก Albino Barking Deer เก้งเผือก ลักษณะทั่วไปเหมือนเก้งธรรมดา แต่มีสีขาวปลอดทั้งตัว
และตาสีแดง มันดูสวยมาก ดุจดั่งในเทพนิยาย

ด้วยความที่มันมีน่าตาที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งตา ทั้งขน และจมูกที่เป็นสีชมพูหวานๆ มองยังไงๆก็สวยสะกดตา
และพวกมันกินเผือกกินหญ้า ใบไม้ และผลไม้ เป็นอาหาร

ถิ่นที่อยู่อาศัยของเก้ง จะพบในแถบ อินโดจีน อินโดนีเซีย จีนตอนใต้ ศรีลังกา อินเดีย โดยปกติแล้ว
มันจะชอบอยู่ตามลำพังเพียงตัวเดียว หากินตอนเย็นถึงเช้าตรู่

กลางวันหลบนอนตามพุ่มไม้ ปราดเปรียว เวลาตกใจจะส่งเสียงร้องคล้ายๆกับเสียงของหมาเห่า
เก้งเผือกเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุประมาณ 1 ปีครึ่ง

ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงฤดูหนาว ตั้งท้องนาน 6 เดือน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว
และพวกมันจะมีอายุยืนราวๆ 15 ปี

อ่านต่อ →

Siberian Husky ไซบีเรียน ฮัสกี้

ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับ สุนัขพันธุ์ ไซบีเรียนฮัสกี้ ชาวชุกชีเป็นผู้ที่ทำให้เกิด สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ ขึ้นมา
แต่แรกเริ่มกำเนิดของสุนัขพันธุ์นี้นั้นยังเป็นปริศนา

ซึ่งคาดว่า ไซบีเรียนฮัสกี้ คงจะมีส่วนผสมของหลายพันธุ์มารวมกันส่งผลให้ชาวชุกชีจำเป็นต้องใช้เวลาหลายร้อยปีกว่า
ที่
จะสามารถฝึกฝนให้สุนัขพันธุ์นี้กลายเป็นหมาลากเลื่อนได้

โดยสุนัขชนิดนี้ได้รับความนิยมในช่วงเหตุการณ์ Alaskan gold rush เนื่องจากเป็นกำลังสำคัญในการขนย้ายต่างๆ
เวลาผู้คนแถบอาร์คติกอพยพ และ ภายในช่วงระยะเวลาต่อมาสุนัขพันธุ์นี้กลายมาเป็นสายพันธุ์ต้นที่นิยมในการแข่งขันสุนัข

โดยสำหรับการแข่งขากเลื่อนปีคริสต์ศักราช1909 เป็นปีแรกที่ชาวชุชีได้นำสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีชนะสำหรับในการลงแข่งขัน
ด้วยความเร็วและความอดทน ทำให้หมาพันธุ์นี้ได้ถูกยกย่องให้เป็นพันธุ์ที่มีเกียรติสำหรับในการแข่งขันลากเลื่อน

โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงความอดทนในการแข่งขัน ในปีคริสต์ศักราช1925 เมือง Nome รัฐอลาสกาได้เกิดโรคระบาดจากสารพิษขึ้น
Great race of mercy ทำให้ต้องมีการขนส่งยาต้านพิษอย่างเร่งด่วน

โดยใช้สุนัขไซบีเรียสฮัสกี้เป็นหมาลากเลื่อน ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงสามารถใช้เวลาเพียงแค่ วันครึ่งแค่นั้น
ทำให้สามารถช่วยผู้คนในเมือง Nome และ ชุมชนรอบข้างได้

หลังจากนั้นไม่นานความนิยมของไซบีเรียนฮัสกีจึงเริ่มมากขึ้น แล้วก็ เริ่มแพร่ไปที่ประเทศแคนาดา รวมทั้งในปีคริสต์ศักราช1930
American Kennel club 
จึงได้รู้จักหมาพันธุ์นี้อย่างเป็นทางการ

อ่านต่อ →